รู้จัก โบท็อก(botox) พร้อมเข้าใจความเสี่ยง ก่อนฉีด
บริการที่คุณอาจสนใจ
ขั้นแรกเราอยากให้คุณเข้าใจก่อนว่า โบท็อกไม่ใช่เรื่องของความสวยอย่างเดียวแต่คือการแทรกแซงการทำงานของระบบประสาทกล้ามเนื้อโดยตรง เพราะในยุคที่การฉีดโบท็อกกลายเป็นเรื่องปกติ หลายคนตัดสินใจจากราคา รีวิว หรือความเร็วในการเห็นผล โดยลืมไปว่าหัตถการนี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางชีววิทยาที่ละเอียดอ่อนกว่าที่คิด บทความนี้ Obliv Young คลินิกของเราจึงไม่ได้เขียนมาเพื่อชวนฉีด แต่เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าโบท็อกคืออะไร ทำงานอย่างไร และมีความเสี่ยงอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ดูดี แต่ปลอดภัยและไม่ทำร้ายผิวในระยะยาวกันครับ
โบท็อก(botox) คืออะไร
โบท็อก(botox) คือสารที่ใช้ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อแบบชั่วคราว(ไม่ใช่สารเติมเต็มผิว) โดยในทางการแพทย์ โบท็อกมีชื่อเรียกคือ Botulinum Toxin(Type A) ซึ่งเป็นโปรตีนที่สกัดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง โดยถูกนำมาใช้รักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อมานานก่อนจะเข้าสู่วงการความงาม เมื่อฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสม โบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัวลง ส่งผลให้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าดูจางลง หรือกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น กราม น่อง หรือบ่า ดูเล็กและนุ่มลง
สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ โบท็อกไม่ได้ทำให้ผิวตึงด้วยตัวมันเองแต่ผิวดูตึงขึ้นเพราะกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ความเข้าใจผิดตรงจุดนี้คือสาเหตุที่หลายคนคาดหวังผลลัพธ์เกินจริงหรือใช้โบท็อกผิดบทบาทและได้รับความเสี่ยงที่ไม่ควรได้รับตั้งแต่แรกเริ่มครับ
หลักการทำงานของโบท็อก
โบท็อกออกฤทธิ์โดยรบกวนการส่งสัญญาณประสาทโดยเมื่อโบท็อกถูกฉีดเข้าไป โมเลกุลของตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Acetylcholine ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อสัญญาณนี้ถูกตัด กล้ามเนื้อจะคลายตัวลงชั่วคราว ส่งผลให้ผิวด้านบนดูเรียบและริ้วรอยลดลง ซึ่งผลลัพธ์ของโบท็อกจะไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อย ๆ เห็นภายในไม่กี่วัน และชัดเจนเต็มที่ในช่วงประมาณ 1–2 สัปดาห์ จากนั้นตัวยาจะค่อย ๆ สลายตามธรรมชาติในระยะเวลาประมาณ 4–6 เดือน โบท็อกจึงไม่ใช่สิ่งถาวรและต้องอาศัยการวางแผนการฉีดที่เหมาะสมไม่ใช่ฉีดซ้ำถี่ๆโดยไม่ประเมิน
ทำไมหลายคนถึงเลือกฉีดโบท็อก
เพราะโบท็อกเป็นหัตถการที่เห็นผลเร็วใช้เวลาน้อยและแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ตรงจุด เหตุผลหลักที่โบท็อกได้รับความนิยมสูงในไทยคือความสะดวกและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น และเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับภาพลักษณ์บางจุด เช่น ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ลดกราม หรือปรับความสมดุลของกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม ความง่ายของโบท็อกคือดาบสองคม เพราะยิ่งเข้าถึงง่ายมากเท่าไร โอกาสที่จะถูกใช้ผิดวิธีหรือฉีดโดยผู้ที่ไม่เข้าใจโครงสร้างใบหน้าก็ยิ่งสูงขึ้นเช่นกัน
ฉีดโบท็อกส่วนไหนยอดนิยมที่สุดในไทย
จุดที่นิยมฉีดโบท็อกในไทยสะท้อนปัญหากล้ามเนื้อ มากกว่าปัญหาผิวโดยตรง ซึ่งได้แก่ การนิยมฉีดที่บริเวณใบหน้า เช่น กราม หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา เป็นจุดที่ได้รับความนิยมสูงในเอเชียและในไทย เพราะเกี่ยวข้องกับการแสดงสีหน้าและโครงหน้าโดยตรง
ในขณะเดียวกัน การฉีดโบท็อกในบริเวณลำตัว เช่น บ่า น่อง หรือรักแร้ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากกลุ่มคนทำงานที่มีอาการตึงกล้ามเนื้อหรือเหงื่อออกมากผิดปกติ
สิ่งที่ควรตระหนักคือ โบท็อกทุกตำแหน่งไม่ได้ให้ผลลัพธ์ด้านความงามเหมือนกัน บางตำแหน่งเป็นการรักษาเชิงการแพทย์มากกว่าความสวย และต้องใช้ความเข้าใจเฉพาะจุดสูงกว่าที่หลายคนคิด
ระบบความเย็นของ OligioX
ระบบ Cooling ของ OligioX คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้พลังงานสูงยังคงปลอดภัยและสบายผิว จากโครงสร้างการทำงานของเครื่อง OligioX จะมีระบบทำความเย็นหลายจังหวะ ตั้งแต่ก่อนปล่อยพลังงาน ระหว่างการส่งพลังงาน และหลังจบการยิงพลังงาน เพื่อปกป้องผิวชั้นบนอย่างต่อเนื่อง ระบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงของผิวไหม้หรือการระคายเคือง และทำให้แพทย์สามารถใช้พลังงานในระดับที่ลึกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยที่ผู้รับบริการยังรู้สึกสบาย
ผลลัพธ์ที่ได้คือการยกกระชับที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดกว่าเดิม ทั้งในแง่ของกรอบหน้า ความแน่นของผิว และการลดไขมันเฉพาะจุด เช่น เหนียงใต้คาง โดยไม่ต้องพักฟื้น
ข้อควรระวังของโบท็อก
1.ความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่ง
โบท็อกไม่อันตรายหากฉีดถูกจุดแต่จะเกิดผลข้างเคียงทันทีหากฉีดพลาด ดังนั้น การฉีดโบท็อกต้องอาศัยความเข้าใจตำแหน่งกล้ามเนื้ออย่างแม่นยำ หากฉีดลึกหรือตื้นเกินไป ตัวยาอาจกระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ ส่งผลให้เกิดอาการเช่น หนังตาตก ปากเบี้ยว หรือการแสดงสีหน้าที่ไม่สมดุล ซึ่งแม้จะเป็นอาการชั่วคราว แต่ส่งผลต่อความมั่นใจอย่างมาก
2. ความเสี่ยงจากโบท็อกปลอมและโบท็อกหิ้ว
โบท็อกราคาถูกที่ไม่มีที่มาคือความเสี่ยงที่ร้ายแรงกว่าที่หลายคนคิด โดยโบท็อกปลอมหรือโบท็อกที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมายมักมีปัญหาทั้งคุณภาพตัวยาและการเก็บรักษา เมื่อฉีดเข้าไปอาจไม่เห็นผล เสี่ยงต่อการอักเสบ หรือทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานจนเกิดภาวะดื้อโบท็อก ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากในระยะยาว
3. ความเสี่ยงจากการฉีดถี่หรือปริมาณเกินจำเป็น
การฉีดโบท็อกบ่อยเกินไปไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นแต่เพิ่มความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งการฉีดซ้ำโดยไม่เว้นระยะที่เหมาะสม หรือใช้ปริมาณสูงเกินความจำเป็น อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อโบท็อก ส่งผลให้ฉีดแล้วไม่เห็นผลในอนาคต และจำเป็นต้องใช้ปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ปลอดภัย
4. วิธีสังเกตโบท็อกปลอมและยี่ห้อที่ควรเลี่ยง
โบท็อกแท้ต้องตรวจสอบได้และควรเปิดให้เห็นต่อหน้าก่อนฉีดทุกครั้ง โดยทั่วไปแล้ว โบท็อกที่ได้มาตรฐานจะมีเอกสารรับรองจาก อย. มีเลข lot ชัดเจน และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ หากคลินิกไม่สามารถแสดงข้อมูลเหล่านี้ได้ หรือเสนอราคาที่ต่ำผิดปกติ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ
ในมุมของความปลอดภัย คลินิก Obliv Young ของเราแนะนำว่า ไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่ควรฉีดในทุกตำแหน่ง บางยี่ห้อเหมาะกับกล้ามเนื้อใหญ่ บางยี่ห้อเหมาะกับริ้วรอยเล็ก ๆ การเลือกยี่ห้อโดยไม่พิจารณาตำแหน่งและเทคนิคการฉีด คืออีกหนึ่งความเสี่ยงที่มักถูกมองข้ามครับ













