รีวิว 10 เทคโนโลยียกกระชับยอดนิยม ปี 2026
บริการที่คุณอาจสนใจ

การยกกระชับผิวไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องของอายุอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิวเชิงโครงสร้าง หลายคนเริ่มทำตั้งแต่ช่วงที่ผิวยังไม่หย่อนคล้อยชัด เพื่อชะลอการเสื่อมและรักษาคุณภาพผิวในระยะยาว เทคโนโลยียกกระชับจึงไม่ได้แข่งกันที่ความแรง แต่แข่งกันที่ความแม่นยำ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ยกกระชับคืออะไร?
การยกกระชับ(Lifting หรือ Tightening) ในทางการแพทย์ หมายถึงการกระตุ้นหรือฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่ทำหน้าที่พยุงใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน อิลาสติน หรือชั้นพังผืดใต้ผิว เป้าหมายหลักของการยกกระชับคือการทำให้ผิวกลับมาตึงแน่นในตำแหน่งเดิมไม่ใช่การดึงผิวให้ตึงแบบฝืนธรรมชาติ หากทำได้ถูกต้อง ใบหน้าจะดูสด แข็งแรง และอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์
หลักการทำงานของเทคโนโลยียกกระชับ
เทคโนโลยียกกระชับทั้งหมดทำงานบนหลักการเดียวกัน คือการส่งพลังงานหรือสัญญาณบางอย่างลงไปยังชั้นผิวเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและการสร้างคอลลาเจนใหม่ ความแตกต่างอยู่ที่ชนิดพลังงาน ความลึก และความแม่นยำ เทคโนโลยีที่ดีไม่จำเป็นต้องแรงที่สุดแต่ต้องลงลึกถูกชั้นและควบคุมได้ นี่คือเหตุผลที่ในปี 2026 เครื่องรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการมองเห็นชั้นผิวและการปรับพลังงานเฉพาะบุคคลมากขึ้น
ประเภทของบริการยกกระชับ
บริการยกกระชับในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงเครื่องยิงพลังงาน แต่รวมถึงหัตถการที่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวจากภายใน เช่น สารกระตุ้นคอลลาเจนและเทคนิคทางชีวภาพ บางเทคโนโลยีเน้นการยกทันที บางเทคโนโลยีเน้นการฟื้นฟูระยะยาว การเลือกประเภทที่เหมาะสมต้องดูว่าสาเหตุของความหย่อนคล้อยเกิดจากผิวกล้ามเนื้อไขมันหรือโครงสร้างพยุงผิว ซึ่งไม่มีเครื่องใดเครื่องหนึ่งตอบโจทย์ทุกคน
10 เทคโนโลยียกกระชับยอดนิยมปี 2026
1. Ultherapy Prime

Ultherapy Prime เกิดจากแนวคิดการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่โฟกัสพลังงานเป็นจุดเล็กมาก แล้วปล่อยลงไปในชั้นผิวที่ลึกกว่าทรีตเมนต์ทั่วไป หลักการทำงานคือทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดในชั้นพังผืดและคอลลาเจน ส่งผลให้เนื้อเยื่อหดตัวและเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่แบบเป็นธรรมชาติ จุดเด่นของกลุ่ม Ultherapy คือการโฟกัสไปที่ชั้นลึกระดับ SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้าแบบผ่าตัด ถ้าคุณต้องการยกกรอบหน้าให้ชัดแบบยกจริงไม่ใช่แค่ผิวแน่นขึ้น Ultherapy มักตอบโจทย์ที่สุดในกลุ่มไม่ผ่าตัด เหมาะกับคนที่เริ่มมีแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วตกเล็กน้อย หรืออยากยกแบบดูเป็นธรรมชาติ และรับได้กับความรู้สึกจี๊ดเป็นช่วง ๆ ระหว่างทำ ราคาจะขึ้นกับจำนวนไลน์และตำแหน่ง โดยในตลาดไทยมีตั้งแต่บริเวณเล็กอย่างรอบตาไปจนถึงทั่วหน้าและคอ ระดับประมาณ 26,000 บาทสำหรับ 200 ไลน์ จนถึงราว 130,000 บาทสำหรับ 1,000 ไลน์ทั่วหน้าและลำคอ
2. Thermage FLX

Thermage FLX เกิดจากเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบยิงผ่านผิวโดยไม่ทำให้ผิวด้านบนเกิดบาดแผล หลักการคือการส่งความร้อนอย่างสม่ำเสมอไปยังชั้นหนังแท้เพื่อทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันทีบางส่วน และกระตุ้นการสร้างใหม่ในช่วงเดือนถัดไป ผลลัพธ์หลักจึงเป็นแนวผิวแน่น เฟิร์ม และผิวดูละเอียดขึ้นมากกว่ายกแบบดึงขึ้นชัด ๆ Thermage เด่นมากกับคำว่าแน่นและคุณภาพผิวแต่ไม่ได้ให้ฟีลลิฟต์เหมือนยกโครงสร้างลึก เหมาะกับคนที่เริ่มหย่อนระดับเบาถึงกลาง มีปัญหาริ้วรอยผิวบางส่วน รูขุมขน และอยากได้ผิวที่ดูตึงขึ้นทั้งหน้า ราคาขึ้นกับจำนวนช็อตและบริเวณ โดยมีข้อมูลราคาในไทยตั้งแต่ราว 30,000 บาทขึ้นไป และแพ็กเกจที่ใช้ 450 ช็อตหรือมากกว่านั้นมักอยู่ราวสามหมื่นปลายถึงสี่หมื่นต้นตามดีลและคลินิก
3. HIFU Ultraformer MPT

HIFU เกิดจากแนวคิดการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงโฟกัสไปยังชั้นผิวเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็กและกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ คล้ายหลักการของ Ultherapy แต่ในตลาดมีหลายแบรนด์และความสม่ำเสมอแตกต่างกัน Ultraformer MPT เป็นรุ่นที่ถูกพูดถึงมาก เพราะมีรูปแบบการปล่อยพลังงานและหัวยิงหลากหลายขึ้น ทำให้แพทย์ปรับให้เข้ากับชั้นผิวและบริเวณได้มากขึ้น สิ่งที่ HIFU ช่วยได้ดีคือกรอบหน้า แก้ม เหนียง และความหย่อนระดับเบาถึงกลางแบบไม่พักฟื้น ถ้าคุณต้องการความคุ้มค่าทำซ้ำได้และอยากคุมงบ HIFU มักเป็นตัวเริ่มต้นที่ดี เหมาะกับวัยเริ่มทำงานถึงวัยกลางคนที่เริ่มหย่อนแต่ยังไม่หนัก ราคาตลาดไทยขึ้นกับจำนวนไลน์และโปร โดยมีข้อมูลว่าเริ่มต้นประมาณหลักหมื่นกลาง ๆ ในคลินิกมาตรฐาน และบางแพลตฟอร์มรวบรวมดีลมีราคาได้ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นตามจำนวนช็อตและเงื่อนไข
4. RF Microneedling Potenza

RF Microneedling เกิดจากการรวมสองแนวคิดเข้าด้วยกัน คือการใช้เข็มขนาดเล็กสร้างช่องทางระดับไมโคร และปล่อยพลังงาน RF ที่ปลายเข็มในชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนแบบแม่นขึ้น หลักการทำงานจึงเด่นทั้งด้านยกกระชับระดับผิว ลดรูขุมขน รอยหลุมสิว ผิวไม่เรียบ และช่วยให้ผิวแน่นขึ้นพร้อมกัน ถ้าคุณมีปัญหาคุณภาพผิวร่วมกับความหย่อนเทคโนโลยีแบบ RF Microneedling มักตอบโจทย์กว่าเครื่องยกอย่างเดียว เหมาะกับคนที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวเป็นคลื่น หลุมสิว ริ้วรอยละเอียด และต้องการผลแบบฟื้นผิวไปพร้อมกับกระชับ ราคาของ Potenza ในไทยมีตั้งแต่ราว 24,990 บาทต่อครั้งในดีลบางช่องทาง ไปจนถึงช่วงราว 39,000 บาทขึ้นไปตามโปรแกรมและคลินิก
5. Sculptra

Sculptra เกิดจากกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ไม่ได้เติมวอลุ่มแบบฟิลเลอร์ทันที แต่ค่อย ๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะเวลาเป็นสัปดาห์ถึงเดือน หลักการคือทำให้ผิวหนาแน่นขึ้น โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น แล้วภาพรวมใบหน้าจะดูยกและเฟิร์มขึ้นแบบดูเป็นธรรมชาติ จุดที่คนชอบคือผลลัพธ์ไม่โป๊ะและอยู่ได้นาน Sculptra เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนหน้าทันทีแต่อยากให้ผิวกลับมาแข็งแรงและดูเด็กลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับคนที่เริ่มหน้าตอบ ผิวบาง คุณภาพผิวตก หรืออยากวางแผนระยะยาว ราคามักคิดเป็นต่อขวด โดยช่วงราคาในไทยที่พบได้บ่อยอยู่ประมาณ 20,000 ถึง 30,000 บาทต่อขวด
6. Radiesse
Radiesse เกิดจากกลุ่มสารฉีดที่ให้ทั้งเอฟเฟกต์ด้านโครงสร้างและการกระตุ้นคอลลาเจนในตัวเดียว หลักการคือเมื่อฉีดเข้าไปจะช่วยพยุงผิวบางส่วนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามมา ทำให้ผิวดูแน่นและยกขึ้นแบบเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ไวกว่า biostimulator บางชนิด Radiesse เหมาะกับคนที่อยากได้ความแน่นและการยกแบบมีน้ำหนักแต่ยังอยากให้ดูธรรมชาติเหมาะกับคนที่เริ่มมีร่อง แก้มหย่อน หรือคุณภาพผิวตกชัดขึ้น ราคาที่พบในไทยมักอ้างอิงต่อกล่อง 1.5 ซีซี โดยอยู่ราวสามหมื่นปลายถึงสี่หมื่นกลางต่อกล่องตามโปรและคลินิก
7. Thread Lifting
Thread Lifting เกิดจากแนวคิดการใช้ไหมละลายที่มีเงี่ยงหรือโครงสร้างยึดเกาะ เพื่อพยุงเนื้อเยื่อให้ยกขึ้นทันที และกระตุ้นคอลลาเจนตามมาในช่วงฟื้นตัว หลักการคือยกด้วยแรงพยุงเชิงกลร่วมกับการซ่อมแซมของร่างกาย ดังนั้นผลลัพธ์และความเป็นธรรมชาติขึ้นกับการประเมินทิศทางแรงดึงและเทคนิคแพทย์อย่างมาก ร้อยไหมเหมาะกับคนที่ต้องการเห็นลิฟต์ทันทีและมีความหย่อนเฉพาะจุดแต่ต้องทำกับแพทย์ที่ชำนาญจริงเท่านั้น ราคามีช่วงกว้างมาก ตั้งแต่โปรเริ่มต้นหลักพันปลายถึงหลักหมื่น และบางคลินิกเริ่มต้นที่ราว 8,900 บาทสำหรับโปรยกหน้า ไปจนถึงระดับหลายหมื่นเมื่อเป็นไหมคุณภาพสูงหรือจำนวนเส้นมาก
8. Botox เพื่อการยกกระชับ
Botox สำหรับการยกกระชับเกิดจากการใช้หลักการปรับสมดุลแรงดึงของกล้ามเนื้อ แทนที่จะมองว่าโบท็อกทำได้แค่ลดริ้วรอย ปัจจุบันเทคนิคยกกรอบหน้าจะฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ดึงผิวลงบางส่วน ทำให้กล้ามเนื้อที่ดึงขึ้นทำงานเด่นขึ้น ภาพรวมจึงดูยกเล็กน้อยและกรอบหน้าดูสะอาดขึ้น Botox เหมาะกับคนที่ต้องการผลไวงบไม่แรงและใช้เป็นตัวเสริมให้เครื่องยกกระชับทำงานดูชัดขึ้น ราคาจะขึ้นกับยี่ห้อและจำนวนยูนิต โดยมีข้อมูลว่าโบท็อกลิฟต์กรอบหน้า 30 ถึง 50 ยูนิต ราคาเริ่มต้นราว 3,000 บาท และในบางแพลตฟอร์มดีลอาจอยู่ราวหลักพันถึงหลักพันปลายตามโปรและพื้นที่
9. Filler เพื่อการยกพยุงโครงสร้าง
Filler ในมิติยกกระชับเกิดจากแนวคิดโครงสร้าง ไม่ใช่แนวคิดเติมให้เต็มอย่างเดียว หลักการคือเติมในจุดที่เป็นฐานพยุง เช่น ขมับ โหนก แก้มส่วนลึก หรือคางในบางเคส เพื่อทำให้แรงพยุงกลับมา ใบหน้าจึงดูยกขึ้นและกรอบหน้าชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์ที่ยกสวยคือฟิลเลอร์ที่วางถูกชั้นและถูกจุดไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่เติมเยอะ เหมาะกับคนที่เริ่มยุบตัว มีร่องจากการทรุดของโครงสร้าง หรืออยากยกแบบเห็นทันที ราคามักคิดต่อซีซีและแตกต่างมากตามยี่ห้อและคลินิก โดยในไทยมีดีลที่พบได้ตั้งแต่หลักพันปลายไปจนถึงหลักหมื่นกลางต่อ 1 ซีซี และในโรงพยาบาลหรือแบรนด์พรีเมียมมักสูงกว่านั้น
10. Facelift Surgery
Facelift เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่เกิดจากการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างโดยตรง หลักการคือการยกและจัดตำแหน่งชั้นลึก เช่น SMAS หรือชั้นลึกกว่านั้น แล้วจัดผิวให้เข้าที่ ไม่ใช่การดึงผิวให้ตึงอย่างเดียว จึงเหมาะกับความหย่อนระดับมากที่เครื่องไม่ผ่าตัดให้ผลไม่พอ ถ้าหย่อนหนักและต้องการผลชัดที่สุดการผ่าตัดยังเป็นคำตอบที่ตรงที่สุดแต่ต้องแลกกับการพักฟื้นและความเสี่ยงของการผ่าตัด ราคาจะขึ้นกับเทคนิคและโรงพยาบาลหรือคลินิก โดยข้อมูลราคาที่พบในไทยมีตั้งแต่ระดับห้าหมื่นปลายไปจนถึงหลักแสนต้นถึงกลาง สำหรับงานดึงหน้าและคอหรือแพ็กเกจที่ครอบคลุมมากขึ้น
ความคิดเห็นของ Oligio
ที่ Oligio เรามองว่าการยกกระชับที่ดี ไม่ใช่การเลือกเครื่องที่ดังที่สุด แต่คือการเลือกเทคโนโลยีให้ตรงกับโครงสร้างผิวในช่วงเวลานั้น เราให้ความสำคัญกับการประเมินผิวอย่างละเอียด และมักใช้การผสมผสานหลายเทคโนโลยีในลำดับที่เหมาะสม ผิวที่ยกสวยที่สุดคือผิวที่ถูกฟื้นฟูอย่างเป็นระบบไม่เร่งไม่ฝืนและไม่ตามกระแส เป้าหมายของเราคือผลลัพธ์ที่ดูดีในวันนี้ และยังดูดีต่อเนื่องไปในอีกหลายปีข้างหน้า















