
รู้จักบริการ
Radiesse
ในหมวดของ
สอบถามราคา ทักไลน์
Radiesse คืออะไร
Radiesse คือฟิลเลอร์ชนิดพิเศษที่คลินิกของเราเลือกใช้เพื่อการฟื้นฟูผิวอย่างลึกถึงระดับโครงสร้าง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มริ้วรอยเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่เป็น Regenerative Biostimulator ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่จากภายใน ส่วนประกอบหลักคือ CaHA (Calcium Hydroxylapatite microsphere) ซึ่งมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจากอย.ทั้งในไทย สหรัฐฯ และยุโรป จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งความอิ่มฟู ความแน่น และคุณภาพผิว โดยผลลัพธ์และความเหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์แต่ละบุคคล
เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะลดลง ทำให้ผิวบางลง ขาดความยืดหยุ่น และเกิดร่องลึกหรือความหย่อนคล้อย Radiesse จึงไม่ได้มองเพียงจุดที่เป็นริ้วรอย แต่ช่วยวางแผนการฟื้นฟูโครงสร้างผิวโดยรวม แพทย์จะพิจารณาตำแหน่ง ชั้นผิว และสัดส่วนใบหน้าก่อนเลือกเทคนิคที่เหมาะสม
หลักการทำงานของ Radiesse
เมื่อฉีด Radiesse เข้าไปใต้ชั้นผิว อนุภาค CaHA จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำจุนผิวแบบสามมิติในช่วงแรก ช่วยให้บริเวณที่ได้รับการดูแลดูอิ่มและมีมิติมากขึ้น จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับอนุภาคตามกระบวนการธรรมชาติ ขณะที่สภาพแวดล้อมรอบตัวกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
การทำงานจึงมีสองระยะ คือผลด้านโครงสร้างที่อาจเห็นได้ตั้งแต่ต้น และการเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพผิวที่ค่อย ๆ พัฒนาเมื่อมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ กระบวนการนี้ไม่ได้ทำให้ผิวเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์แบบเดียวกันในทุกคน เพราะอายุ สภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต ตำแหน่งที่ฉีด และการตอบสนองของร่างกายล้วนมีส่วน แพทย์จึงควรประเมินก่อนทุกครั้ง
ประโยชน์ของ Radiesse
1. ช่วยเติมเต็มและพยุงผิวที่สูญเสียความแน่น
CaHA มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มวอลลุ่มและแรงพยุงในบริเวณที่ผิวเริ่มยุบตัวหรือสูญเสียความแน่น ผลที่เห็นในระยะแรกอาจช่วยให้ร่องหรือเงาบนใบหน้าดูนุ่มลง ใบหน้าดูสมดุลขึ้น และผิวมีความอิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติมเต็มต้องอาศัยการวางตำแหน่งอย่างแม่นยำ ไม่ใช่การฉีดเพื่อเพิ่มปริมาตรโดยไม่จำเป็น แพทย์จะประเมินว่าบริเวณใดควรใช้ Radiesse และบริเวณใดควรใช้ผลิตภัณฑ์หรือวิธีอื่น
2. ช่วยให้ผิวดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจน
การกระตุ้นไฟโบรบลาสต์อาจช่วยให้เกิดคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่รักษา เมื่อคอลลาเจนค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ผิวบางคนอาจดูแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น การเปลี่ยนแปลงส่วนนี้ไม่ใช่ผลทันทีทั้งหมด แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะแตกต่างกันตามศักยภาพการสร้างคอลลาเจนและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
3. ช่วยปรับคุณภาพผิวให้ดูเรียบและสุขภาพดี
เมื่อผิวมีโครงสร้างรองรับและความยืดหยุ่นดีขึ้น ผิวอาจดูละเอียด เรียบ และมีความสดใสมากขึ้นในภาพรวม เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูโทรม แห้ง หรือขาดความแน่น แม้ไม่มีริ้วรอยลึกมาก ทั้งนี้ Radiesse ไม่ได้ทดแทนการดูแลพื้นฐาน เช่น การทากันแดด การเติมความชุ่มชื้น และการรักษาโรคผิวหนัง การวางแผนควรทำร่วมกับการดูแลที่เหมาะสม
4. ช่วยให้กรอบหน้าดูมีมิติและกระชับขึ้น
ในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับหนึ่ง การวางแผนบริเวณกรอบหน้าอาจช่วยเพิ่มแรงพยุงและทำให้เส้นกรอบหน้าดูชัดขึ้น โดยไม่ได้หมายความว่าจะยกกระชับได้เทียบเท่าการผ่าตัด ผลลัพธ์ขึ้นกับระดับความหย่อน โครงสร้างเดิม และเทคนิคของแพทย์ หากผิวหย่อนมาก แพทย์อาจแนะนำทางเลือกอื่นหรือการรักษาร่วมแทนการใช้ Radiesse เพียงอย่างเดียว
5. ดูแลผิวบางบริเวณที่ต้องการความแน่นเป็นพิเศษ
Radiesse อาจถูกนำมาพิจารณาสำหรับบางบริเวณ เช่น หลังมือหรือผิวที่เห็นเส้นเอ็นชัด โดยแพทย์ต้องเลือกชั้นผิวและเทคนิคให้เหมาะกับกายวิภาค จุดประสงค์คือให้ผิวดูเต็มและมีคุณภาพขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเปลี่ยนรูปร่างแบบฉับพลัน ทุกตำแหน่งมีข้อจำกัดและความเสี่ยงเฉพาะ จึงไม่ควรเลียนแบบแผนการรักษาของผู้อื่น
Radiesse เหมาะกับใครมากที่สุด
โดยทั่วไป Radiesse อาจเหมาะกับผู้ใหญ่ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย ผิวขาดความแน่น ร่องลึก หรือการสูญเสียคอลลาเจน และต้องการแนวทางที่ดูเป็นธรรมชาติ ผู้ที่มีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไปอาจเริ่มมาปรึกษาได้เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิว แต่ตัวเลขอายุไม่ใช่เกณฑ์ตายตัว แพทย์จะดูสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า เป้าหมาย และประวัติสุขภาพร่วมกัน
ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์พอดี ไม่ต้องการใบหน้าดูเปลี่ยนมาก และเข้าใจว่าการกระตุ้นคอลลาเจนต้องใช้เวลา อาจเป็นกลุ่มที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อหรืออักเสบในบริเวณฉีด มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ มีโรคหรือยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก หรือมีภาวะอื่นที่แพทย์เห็นว่าไม่เหมาะ ควรแจ้งข้อมูลอย่างครบถ้วนและอาจต้องเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการรักษา
การปรึกษาที่ดีควรเริ่มจากเป้าหมาย เช่น ต้องการลดร่อง ต้องการผิวแน่นขึ้น หรืออยากให้กรอบหน้าดูชัด ไม่ใช่เริ่มจากจำนวนซีซีหรือแบบของคนอื่น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าการใช้ Radiesse เหมาะหรือไม่ รวมถึงอธิบายทางเลือก ผลที่คาดหวังได้ และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ
Radiesse ทำแล้วเจ็บไหม อันตรายรึเปล่า?
ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บ แสบ ตึง หรือมีแรงกดในระดับแตกต่างกันไป แพทย์อาจใช้ยาชา ยาชาเฉพาะที่ หรือเทคนิคช่วยลดความไม่สบายตามความเหมาะสม หลังทำอาจมีรอยแดง บวม ช้ำ กดเจ็บ หรือรู้สึกตึงชั่วคราว อาการเหล่านี้พบได้หลังการฉีดและมักค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ระยะเวลาและความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน
เช่นเดียวกับหัตถการฉีดทุกชนิด Radiesse มีความเสี่ยง แม้จะดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ ความเสี่ยงที่พบได้อาจรวมถึงก้อน ความไม่เรียบ ความไม่สมมาตร การอักเสบ การติดเชื้อ หรือการตอบสนองที่ไม่พึงประสงค์ และยังมีภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยแต่รุนแรงจากการเข้าสู่หลอดเลือด แพทย์ต้องซักประวัติ ตรวจผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง และใช้เทคนิคปลอดเชื้อเพื่อลดความเสี่ยง แต่ไม่มีหัตถการใดรับประกันผลหรือปราศจากความเสี่ยงทั้งหมด
หากหลังทำมีอาการปวดมากขึ้นผิดปกติ ผิวซีดหรือคล้ำเป็นลาย ตาพร่ามัว บวมแดงร้อนมาก มีไข้ หรือมีอาการที่กังวล ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรนวด กด หรือซื้อยามาใช้เองโดยไม่ปรึกษาผู้ให้บริการ การปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำและมาตามนัดช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงได้เหมาะสม
Radiesse เห็นผลนานแค่ไหนหลังฉีด
โดยทั่วไปอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านความอิ่มหรือโครงสร้างได้ทันทีหลังฉีด และผิวอาจค่อย ๆ ดูแน่นหรือมีคุณภาพขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่องในช่วงหลัง ผลด้านคอลลาเจนไม่ได้เกิดขึ้นเต็มที่ในวันเดียว จึงควรประเมินเมื่อผ่านช่วงบวมและร่างกายเริ่มปรับตัวแล้ว
ข้อมูลการใช้ในตลาดและเอกสารจากผู้ผลิตมักระบุว่าผลลัพธ์อาจคงอยู่ราว 12–18 เดือน แต่เป็นกรอบทั่วไป ไม่ใช่คำรับรองสำหรับทุกคน ระยะเวลาจริงขึ้นกับบริเวณที่รักษา ปริมาณและเทคนิค สภาพผิว อายุ การเผาผลาญ การดูแลหลังทำ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล การติดตามผลกับแพทย์จึงสำคัญกว่าการยึดตัวเลขเพียงอย่างเดียว
หากต้องการคงผลลัพธ์ แพทย์อาจประเมินการดูแลเพิ่มเติมเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ควรเติมซ้ำตามกำหนดของผู้อื่นโดยไม่ตรวจประเมิน เพราะความต้องการและการตอบสนองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
Radiesse vs ฟิลเลอร์อื่นๆ ต่างกันอย่างไร
Radiesse มี CaHA เป็นองค์ประกอบหลักและโดดเด่นด้านการพยุงโครงสร้างพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ขณะที่ฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก (HA) เน้นการเติมเต็มและกักเก็บน้ำ และสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดอื่นก็มีคุณสมบัติ ระยะเวลา และข้อจำกัดต่างกัน ความเหมาะสมจึงขึ้นกับปัญหา ตำแหน่ง ความต้องการ และประวัติของแต่ละบุคคล ไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ใดดีที่สุดสำหรับทุกคน
อ่านรายละเอียดความแตกต่างของแต่ละตัวเพิ่มเติมได้ที่ อ่านบทความเปรียบเทียบ Sculptra vs Radiesse vs Juvlook แบบละเอียดที่นี่ โดยหน้านี้ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้ารับการประเมินจริงกับแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
Radiesse คือฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน?
Radiesse เป็นผลิตภัณฑ์ที่มี CaHA ซึ่งช่วยทั้งพยุงหรือเติมเต็มในระยะแรก และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา ความเหมาะสมและวิธีใช้ต้องให้แพทย์ประเมินตามตำแหน่งและสภาพผิว
ฉีด Radiesse กี่ครั้งจึงเห็นผล?
โดยทั่วไปอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงบางส่วนได้หลังการรักษาครั้งแรก แต่จำนวนครั้งและแผนการรักษาไม่มีคำตอบเดียว แพทย์จะพิจารณาจากเป้าหมาย บริเวณ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
หลังฉีด Radiesse ต้องพักฟื้นนานไหม?
มักมีบวม แดง ช้ำ หรือตึงชั่วคราว ซึ่งระยะเวลาต่างกันในแต่ละคน โดยทั่วไปควรทำตามคำแนะนำหลังหัตถการและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่แพทย์แจ้ง หากมีอาการผิดปกติควรติดต่อคลินิกทันที
Radiesse อยู่ได้นานเท่าไร?
ข้อมูลทั่วไปจากการใช้งานในตลาดและผู้ผลิตระบุว่าผลลัพธ์อาจอยู่ประมาณ 12–18 เดือน แต่ไม่ใช่การรับประกัน ระยะเวลาจริงขึ้นกับบริเวณ เทคนิค สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
Radiesse ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
แพทย์อาจพิจารณาใช้กับบริเวณที่ต้องการพยุงโครงสร้างหรือปรับคุณภาพผิว เช่น ใบหน้า กรอบหน้า หรือหลังมือในบางกรณี แต่ไม่ใช่ทุกตำแหน่งจะเหมาะสม ต้องตรวจและวางแผนเป็นรายบุคคล
ใครควรหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการฉีด Radiesse?
ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบในบริเวณฉีด มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือมีภาวะที่แพทย์เห็นว่าเสี่ยง อาจต้องเลื่อนหรือหลีกเลี่ยง ควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้ให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง
ข้อแนะนำก่อนเข้ารับบริการ
ผลลัพธ์ของการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิว สรีรวิทยา การตอบสนองของกล้ามเนื้อ และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาและปริมาณที่เหมาะสม ทั้งนี้หัตถการด้านความงามทุกประเภทมีข้อจำกัดและความเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
Radiesse อาจเหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องผิวขาดความแน่น ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย หรืออยากปรับคุณภาพผิวและพยุงโครงสร้างให้ดูสมดุลขึ้น แพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า เป้าหมาย และประวัติสุขภาพก่อนพิจารณาว่า Radiesse เหมาะหรือไม่ ผลลัพธ์แตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล
ไม่มีอายุเดียวที่เหมาะกับ Radiesse สำหรับทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า เป้าหมาย และประวัติสุขภาพมากกว่าตัวเลขอายุ ผู้รับบริการควรเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความยินยอมได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องมีผู้ปกครองร่วมรับทราบและให้ความยินยอมตามนโยบายคลินิก
เริ่มจากปรึกษาและแจ้งเป้าหมาย จากนั้นแพทย์ประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และประวัติสุขภาพ ก่อนวางแผนการใช้ Radiesse ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล หากเห็นว่าเหมาะสมจึงเตรียมผิวและดำเนินการตามแผน หลังทำรับคำแนะนำการดูแลและติดตามการเปลี่ยนแปลงกับแพทย์
ก่อนพิจารณา Radiesse ควรแจ้งแพทย์เรื่องประวัติแพ้ยาและส่วนประกอบ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้ การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และหัตถการที่ผ่านมา หากมีการติดเชื้อหรืออักเสบในบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินความเหมาะสมและพิจารณาเลื่อนบริการหากจำเป็น
รีวิวจากลูกค้าที่เคยใช้บริการ Radiesse











