Radiesse คืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง อยู่ได้นานแค่ไหน
บริการที่คุณอาจสนใจ

Radiesse เป็นหัตถการที่ถูกพูดถึงมากในกลุ่มงานผิวยุคใหม่ เพราะแนวคิดของมันไม่ใช่แค่เติมให้เต็ม แต่เป็นการฟื้นฟูคุณภาพผิวจากโครงสร้างภายใน ทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้จบแค่ความฟูหลังฉีด แต่ต่อเนื่องไปถึงความแข็งแรงของผิวในระยะยาว จุดสำคัญของ Radiesse คือการเปลี่ยนผิวจากระดับโครงสร้างไม่ใช่แค่ระดับผิวสัมผัส ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Biostimulator มากกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
Radiesse คือ

Radiesse คือสารฉีดที่มีคุณสมบัติทั้งเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจนในตัวเดียวกัน โดยมีบทบาทเป็น Biostimulator ที่ช่วยฟื้นฟูผิวถึงระดับชั้นลึก แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นเติมเต็มเพียงอย่างเดียว Radiesse จึงถูกใช้ในเคสที่ต้องการยกกระชับพร้อมปรับคุณภาพผิวในระยะยาว และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลกในทางเวชศาสตร์ความงาม
ส่วนผสมของ Radiesse
ส่วนประกอบหลักของ Radiesse คือ Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย เช่น กระดูกและฟัน ทำให้มีความเข้ากันได้ดีและปลอดภัยสูง โครงสร้างของ CaHA อยู่ในรูปไมโครสเฟียร์ที่มีขนาดสม่ำเสมอ ช่วยให้การกระจายตัวในผิวเป็นธรรมชาติ คุณสมบัติสำคัญคือไม่ได้ทำหน้าที่อุ้มน้ำแต่ทำหน้าที่เป็นแกนให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง
หลักการทำงานของ Radiesse กับร่างกาย

เมื่อฉีด Radiesse เข้าไปในผิว จะเกิดผลลัพธ์สองระยะ โดยระยะแรกคือการเติมเต็มจากตัวเจลทำให้ผิวดูยกและฟูขึ้นทันที จากนั้นอนุภาค CaHA จะกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนรอบตัวเป็นโครงสร้างแบบ 3 มิติ ส่งผลให้ผิวแน่นขึ้นและแข็งแรงขึ้นในระยะยาว กลไกหลักคือการสร้าง scaffold ใต้ผิวเพื่อให้ร่างกายสร้างผิวใหม่แทนการพึ่งสารฉีดเพียงอย่างเดียว
Radiesse vs ฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง
Radiesse แตกต่างจากฟิลเลอร์ HA ในเรื่องส่วนประกอบและกลไกการทำงานอย่างชัดเจน ฟิลเลอร์ HA ทำหน้าที่เติมเต็มและอุ้มน้ำเพื่อเพิ่มวอลลุ่มทันที ในขณะที่ Radiesse ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมโครงสร้างผิว ฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์จากตัวสารแต่ Radiesse ให้ผลลัพธ์จากการตอบสนองของร่างกาย และด้วยเหตุนี้ Radiesse จึงมักมีระยะเวลาผลลัพธ์ยาวนานกว่า โดยอยู่ได้ประมาณ 1 ถึง 2 ปี
Radiesse เหมือนกับฟิลเลอร์อย่างไร
แม้กลไกจะต่างกัน แต่ Radiesse และฟิลเลอร์มีจุดร่วมคือเป็นหัตถการฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก และการสูญเสียวอลลุ่มโดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งสองสามารถให้ผลลัพธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ Radiesse จึงยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์ในเชิงการใช้งาน แม้จะมีคุณสมบัติลึกกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
Radiesse เหมาะกับใคร
Radiesse เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวเสื่อมคุณภาพ เช่น ผิวหย่อนคล้อย ขาดคอลลาเจน หรือมีร่องลึกระดับปานกลางถึงมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวโดยไม่ต้องฉีดบ่อย กลุ่มที่เหมาะที่สุดคือคนที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวไม่ใช่แค่เติมวอลลุ่มเพียงจุดเดียว โดยมักแนะนำในช่วงอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของผิว
ผลลัพธ์ Radiesse หลังฉีดเป็นอย่างไร

ผลลัพธ์ของ Radiesse จะเริ่มเห็นทันทีหลังฉีดในเรื่องความฟูและความกระชับ และจะพัฒนาชัดขึ้นในช่วง 3 ถึง 4 สัปดาห์เมื่อร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวจะค่อย ๆ แน่น ยืดหยุ่น และดูสุขภาพดีขึ้น ลักษณะผลลัพธ์จะเป็นความแน่นของผิวจากภายในไม่ใช่เพียงความอิ่มจากสารเติมเต็ม ซึ่งทำให้ดูเป็นธรรมชาติและยาวนานมากขึ้น
ข้อปฎิบัติหลังฉีด Radiesse
หลังฉีด Radiesse ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรงบริเวณที่ฉีด รวมถึงหลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า หรือเลเซอร์ในช่วงแรก เพื่อไม่ให้กระทบการกระจายตัวของยา และลดความเสี่ยงการอักเสบ การดูแลหลังทำมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของคอลลาเจนที่กำลังถูกสร้างขึ้นในผิว จึงควรดูแลผิวให้ชุ่มชื้นและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
บทความนี้ถูกตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องโดย
Dr. Park Young Jin
ประวัติการศึกษา
สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิตจาก Inha University College of Medicine และเข้าร่วมหลักสูตรผู้บริหารจาก Seoul National University โดยมีประสบการณ์ในฐานะ Public Doctor ภายใต้ภาครัฐ ก่อนต่อยอดในสาย Aesthetic Medicine กับเครือคลินิกชั้นนำของเกาหลี ได้แก่ Forever Plastic Surgery, Ppeum Clinic และ Y&I Clinic ในตำแหน่งแพทย์และ Senior Doctor
เฉพาะทางด้าน
เชี่ยวชาญด้าน Aesthetic Medicine, Facial Contouring และ Facelifting Techniques โดยดำรงตำแหน่ง President ของ Obliv Clinic Network (Incheon, Bangkok, Dubai) และมีบทบาทในวงการวิชาการในฐานะ Academy Director ของ Korean Aesthetic Surgery & Laser Society และ Senior Director ของ Korean Academy of Facelifting and Contouring รวมถึงเป็น Global KOL และ Key Doctor ให้กับแบรนด์ชั้นนำ เช่น Wontech, MERZ, Jetema, Amalian และ Gouri ครอบคลุมเทคโนโลยีด้าน Filler, Energy-Based Devices และ Skin Rejuvenation ในระดับสากล อ้างอิงจาก Aestheticsa













