รีวิว Thread Lifting 2026 เทคนิคใหม่ที่หมอเลือกใช้

ความรู้

บทความ

หมวดหมู่

อัพเดทเมื่อ กุมภาพันธ์ 25, 2026

บริการที่คุณอาจสนใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายบริการลูกค้า

ร้อยไหม หรือ Thread Lifting เป็นหัตถการที่อยู่ในวงการความงามมาหลายสิบปี แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่จำนวนเส้นไหม หากเป็นวัสดุที่ใช้และแนวคิดในการวางแผนการรักษา ในปี 2026 แพทย์จำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับชนิดของไหม โครงสร้างใบหน้า และทิศทางการยก มากกว่าการเน้นว่าต้องใช้กี่เส้น เพราะผลลัพธ์ที่ยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเพียงอย่างเดียว

Thread Lifting คืออะไร?

Thread Lifting คือการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้เส้นไหมละลายที่มีโครงสร้างพิเศษร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อดึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม แรงยกจากไหมทำให้เห็นผลทันทีบางส่วน โดยทั่วไปประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์หลังทำ จากนั้นเมื่อร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนรอบแนวไหม ผิวจะค่อย ๆ แน่นขึ้นในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์ และให้ผลลัพธ์เต็มที่ราว 2 ถึง 3 เดือน หลายคนกังวลว่าร้อยไหมเจ็บมากหรือไม่ โดยปกติจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ ความรู้สึกระหว่างทำจึงอยู่ในระดับที่ทนได้ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในวันเดียวกันหากไม่มีอาการบวมมาก

วัสดุไหม Thread Lifting ในปี 2026

ความก้าวหน้าหลักของร้อยไหมในปัจจุบันอยู่ที่วัสดุ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันชัดเจน

PDO หรือ Polydioxanone เป็นวัสดุที่ใช้มายาวนานและมีข้อมูลความปลอดภัยจำนวนมาก ไหมชนิดนี้ละลายในร่างกายภายในประมาณ 6 ถึง 8 เดือน แม้ตัวไหมจะสลายไป แต่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นขึ้นใหม่ยังคงช่วยพยุงผิวต่อไป ทำให้ผลลัพธ์โดยรวมอยู่ได้ราว 1 ปีหรือมากกว่านั้นในบางราย PDO เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการทดลองร้อยไหมครั้งแรก

PLLA หรือ Poly-L-Lactic Acid เป็นวัสดุที่ใช้ในวงการแพทย์มายาวนาน และเป็นสารตั้งต้นของ Biostimulator บางชนิด จุดเด่นคือความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ไหมชนิดนี้ให้แรงยกทางกายภาพในช่วงแรก และเสริมผลลัพธ์ด้วยการกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ในระยะต่อมา โดยไหมจะละลายในประมาณ 12 เดือน แต่ผลจากคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 18 ถึง 24 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล

PCL หรือ Polycaprolactone เป็นวัสดุที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงปี 2025 ถึง 2026 เนื่องจากมีข้อมูลทางการแพทย์บางฉบับรายงานว่า PCL อาจกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้สูงกว่า PDO และ PLLA ในช่วงต้นหลังทำ วัสดุชนิดนี้มีความยืดหยุ่นดีและสลายตัวช้ากว่า โดยตัวไหมอาจคงอยู่ประมาณ 12 ถึง 18 เดือน และผลลัพธ์รวมอาจอยู่ได้ยาวถึง 2 ถึง 3 ปีในบางราย

ทั้งนี้ PCL ในฐานะ biomaterial ถูกใช้ในทางการแพทย์มาหลายทศวรรษและผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้รับบริการควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์และการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยทุกครั้งก่อนตัดสินใจทำ

เทคนิคการร้อยไหมในปี 2026

แนวคิดสำคัญที่เปลี่ยนไปคือการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าแบบเฉพาะบุคคล แทนการใช้ตำแหน่งมาตรฐานเดียวกันทุกคน แพทย์จะประเมินว่าความหย่อนคล้อยเกิดจากชั้นไขมันที่เคลื่อนตัว กล้ามเนื้อที่อ่อนแรง หรือคอลลาเจนที่ลดลง แล้วเลือกวัสดุไหมและระดับชั้นที่เหมาะสม อีกแนวทางที่พบมากขึ้นคือการผสมไหมมากกว่าหนึ่งชนิดในคนเดียวกัน เช่น ใช้ไหมที่มีความแข็งแรงสูงในชั้นลึกเพื่อยกโครงหน้า และเสริมไหมที่เน้นคุณภาพผิวในชั้นตื้น เพื่อให้ได้ทั้งแรงยกและการปรับ Texture ผิวพร้อมกัน การออกแบบ Vector หรือแนวทิศทางการยกก็มีความสำคัญมาก การยกที่ดีไม่ใช่เพียงการดึงขึ้นด้านบน แต่ต้องสอดคล้องกับแนวธรรมชาติของโครงกระดูกและเนื้อเยื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงผิดธรรมชาติหรือใบหน้าที่ดูแข็ง

Thread Lifting เหมาะกับใคร

ร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด แก้มเริ่มตก ร่องแก้มลึกขึ้นเล็กน้อย หรือมีเหนียงเริ่มเห็นชัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลทันทีบางส่วนโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นยาว ในกรณีที่ผิวหย่อนมาก หรือมีการย่อนในระดับลึกถึงชั้น SMAS อย่างชัดเจน อาจต้องพิจารณาหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุ เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์และระยะเวลา

หลังร้อยไหมจะเห็นแรงยกบางส่วนทันที อาการบวมและตึงอาจพบได้ในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ผลลัพธ์จะชัดขึ้นเมื่อผิวเข้าที่และคอลลาเจนสร้างตัวสมบูรณ์ในช่วง 2 ถึง 3 เดือน

ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ขึ้นกับชนิดไหม อายุ สภาพผิว และพฤติกรรมการดูแลตัวเอง บางคนอาจสงสัยว่าร้อยไหมอยู่ได้นานกี่ปี คำตอบคือไม่มีตัวเลขตายตัว แต่โดยเฉลี่ย PDO อยู่ได้ประมาณ 1 ปี PLLA ประมาณ 1.5 ถึง 2 ปี และ PCL อาจยาวถึง 2 ถึง 3 ปีในบางราย

ความปลอดภัยและผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือบวม แดง ช้ำ หรือรู้สึกตึง ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไหมโผล่ ผิวบิดเบี้ยว หรือการติดเชื้อ มักเกี่ยวข้องกับเทคนิคที่ไม่ถูกต้องหรือการใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นการเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยง

สรุป

Thread Lifting ในปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการร้อยไหมให้ครบจำนวนเส้น แต่เป็นการวางแผนยกกระชับแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่วัสดุที่เลือกใช้ ไปจนถึงแนวการยกและชั้นผิวที่ทำ

PDO ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้น PLLA เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะกลางถึงยาว ส่วน PCL เป็นทิศทางที่ได้รับความสนใจมากขึ้นจากข้อมูลสนับสนุนด้านการกระตุ้นคอลลาเจน

ท้ายที่สุด ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการวิเคราะห์ใบหน้าอย่างละเอียดและการวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้รับบริการตั้งแต่ต้น เพราะการยกกระชับที่ดีควรดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับโครงสร้างเฉพาะของแต่ละคน

บทความนี้ถูกตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องโดย

adminoblivyoung

ประวัติการศึกษา

เฉพาะทางด้าน