Jawline lifting เห็นผลจริงไหม และควรทำช่วงอายุไหน
บริการที่คุณอาจสนใจ

ในยุคที่ความคมชัดของใบหน้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นใจ หลายคนเริ่มมองหาทางลัดในการกู้คืนมิติของใบหน้าส่วนล่างที่หย่อนคล้อยไปตามกาลเวลา แต่ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าสู่กระบวนการ Jawline lifting สิ่งสำคัญที่ Oblivyoung อยากให้คุณทำความเข้าใจคือ “ความจริงของโครงสร้างผิว” เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ความสวยชั่วคราว แต่คือการดูแลที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์และเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนครับ
Jawline lifting คืออะไร

การยกกระชับกรอบหน้า หรือ Jawline lifting ไม่ใช่เพียงหัตถการใดหัตถการหนึ่ง แต่เป็น “กลยุทธ์การปรับรูปหน้า” เพื่อคืนความชัดเจนให้กับแนวขากรรไกร (Jawline) และสันกรามที่หายไปจากการหย่อนคล้อยของพังผืดผิว หรือการสะสมของไขมันส่วนเกิน โดยเป้าหมายหลักคือการยกพยุงเนื้อเยื่อบริเวณแก้มและลำคอที่ตกคล้อยให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สร้างมิติที่คมชัดและแยกสัดส่วนระหว่างใบหน้ากับลำคอให้ดูเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม
กระบวนการทำงานของ Jawline lifting
หัวใจสำคัญของหัตถการนี้คือการทำงานลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดที่พยุงโครงสร้างหน้าทั้งหมด เมื่อเราใช้เทคโนโลยีกลุ่มคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultherapy/HIFU) หรือพลังงานความร้อน (RF) ส่งลงไปกระตุ้น จะเกิดการหดตัวของพังผืดที่เสื่อมสภาพ พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการยกกระชับจากฐานรากภายใน ทำให้กรอบหน้าดูตึงและคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอ
ราคาเริ่มต้นของ Jawline lifting
มูลค่าของการลงทุนกับกรอบหน้ามีความหลากหลายขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและปัญหาเฉพาะบุคคล โดยทั่วไปราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่หลักพันปลายๆ สำหรับการยกกระชับด้วยเครื่องมือพื้นฐาน ไปจนถึงหลักหมื่นสำหรับเทคโนโลยีชั้นสูงระดับ World Class อย่างไรก็ตาม ที่ Oblivyoung เราเน้นการประเมินตามจริง เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์โครงสร้างผิวของคุณได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ครั้งแรกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
ข้อดีของ Jawline lifting
จุดเด่นที่สุดคือการเห็นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้าไม่ดู “ตึง” หรือ “แข็ง” จนเกินไป เพราะเป็นการซ่อมแซมจากโครงสร้างภายในของตัวเอง และที่สำคัญคือไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่มีคุณภาพ
ข้อเสียของ Jawline lifting
สิ่งที่ต้องยอมรับคือผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที 100% ตั้งแต่วันแรก เพราะต้องรอให้ร่างกายผ่านกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามรอบธรรมชาติ ซึ่งอาจใช้เวลา 1-3 เดือนถึงจะเห็นความชัดเจนเต็มที่ และผลลัพธ์นั้นไม่ใช่สิ่งถาวรตลอดชีวิต จึงจำเป็นต้องมีการทำซ้ำเพื่อประคองความอ่อนเยาว์ไว้ตามการเสื่อมสภาพของร่างกาย
อยากกรอบหน้าชัด ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าดีไหม
สำหรับคำถามที่ว่า “อยากกรอบหน้าชัด ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าดีไหม” คำตอบคือดีมากในกรณีที่ปัญหาของคุณเกิดจากการทรุดตัวของกระดูกหรือขาดปริมาตร (Volume) บริเวณสันกราม ซึ่งการใช้เครื่องมือยกกระชับเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถ “ปั้น” แนวกรามให้คมชัดได้เท่ากับการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์กรอบหน้าดีไหม เหมาะกับใคร
ฟิลเลอร์กรอบหน้า (Jawline Filler) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น แนวกรามไม่ชัด หรือโครงหน้าส่วนล่างดูเบลอไปกับลำคอ รวมถึงผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทันทีโดยไม่ต้องรอรอบการสร้างคอลลาเจน การฉีดฟิลเลอร์จะทำหน้าที่เหมือนการสร้างโครงสร้างจำลองขึ้นมาใหม่เพื่อให้แนวกรามดูคมชัดและมีมิติแบบนางแบบมากขึ้น
ฟิลเลอร์กรอบหน้า ฟิลเลอร์ Jawline ฟิลเลอร์สันกราม ฟิลเลอร์ lifting เหมือนกันไหม
ในเชิงเทคนิคแล้วสิ่งเหล่านี้คือการใช้สารเติมเต็มชนิดเดียวกัน (Hyaluronic Acid) แต่แตกต่างกันที่ “เทคนิคการวางยา” และ “เป้าหมายการรักษา” เช่น การฉีดฟิลเลอร์สันกรามจะเน้นสร้างความคมชัดของมุมขากรรไกร ในขณะที่ฟิลเลอร์ lifting จะเน้นการฉีดในตำแหน่งจุดยึดเกาะของเส้นเอ็น (Retaining Ligaments) เพื่อยกพยุงผิวที่หย่อนให้ตึงขึ้นโดยรวม ซึ่งที่ Oblivyoung แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินว่าใบหน้าของคุณต้องการการ “เติม” หรือการ “ยก” เพื่อให้ได้ Jawline ที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ















