Exosome กับ Rejuran ต่างกันอย่างไรในเชิงการฟื้นฟูผิว

ความรู้

บทความ

หมวดหมู่

อัพเดทเมื่อ February 9, 2026

บริการที่คุณอาจสนใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายบริการลูกค้า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Exosome และ Rejuran กลายเป็นสองชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในกลุ่มหัตถการฟื้นฟูผิวเชิงลึก แม้ทั้งคู่มีจุดร่วมคือการซ่อมแซมผิวจากภายใน แต่อย่างไรก็ดี Exosome และ Rejuran นั้นมีจุดที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านกลไก แนวคิด และผลลัพธ์ระยะยาว การเข้าใจความต่างอย่างถูกต้อง คือหัวใจของการเลือกการรักษาที่ได้ผลจริงและปลอดภัย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ในวันนี้ OblivYoung จึงได้จัดทำบทความ Exosome vs Rejuran เพื่อมาตอบคำถามให้แก่ทุกคนกัน

Exosome คืออะไร?

Exosome คืออนุภาคชีวโมเลกุลขนาดเล็กระดับนาโนที่ถูกหลั่งออกมาจากเซลล์ต้นกำเนิด ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่างเซลล์ ภายใน Exosome ประกอบด้วย Growth Factor, microRNA, โปรตีน และสารควบคุมการทำงานของเซลล์จำนวนมาก กลไกหลักของ Exosome ไม่ใช่การเติมสารเข้าไปในผิว แต่เป็นการส่งสัญญาณให้เซลล์ผิวกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง Exosome จึงถูกมองว่าเป็นการฟื้นฟูผิวในระดับคำสั่งของเซลล์ ไม่ใช่แค่การบำรุง นั่นเอง

ในเชิงการแพทย์ผิวหนัง Exosome ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยลดการอักเสบ ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอจากสิว เลเซอร์ หรือผิวแพ้ง่าย รวมถึงช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อในระดับลึก อย่างไรก็ตาม คุณภาพของ Exosome ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา กระบวนการผลิต และการควบคุมความบริสุทธิ์อย่างมาก

ผลข้างเคียงที่อาจได้รับ

ผลข้างเคียงของ Exosome โดยทั่วไปมักอยู่ในระดับเล็กน้อย เช่น รอยแดง บวม หรือระคายเคืองชั่วคราวหลังทำ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่สำคัญคือผลิตออกมาคุณภาพมันไม่เท่ากัน หาก Exosome ไม่มีแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตที่ชัดเจน  ผิวอาจจะระคายเคืองหนักจนอักเสบ หรือมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นได้

Rejuran คืออะไร?

Rejuran คือหัตถการฟื้นฟูผิวที่ใช้โพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide หรือ PN) ที่มาจาก DNA ของปลาแซลมอนในทะเลธรรมชาติ สารโพลีนิวคลีโอไทด์ มีความใกล้เคียงกับ DNA มนุษย์เป็นอย่างมาก ทำให้เข้ากับร่างกายได้ดี Rejuran ทำงานโดยเข้าไปกระตุ้นการซ่อมแซมชั้นผิวหนังแท้ และกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในคอลลาเจน อิลาสติน สร้างโปรตีนสำคัญในผิวหนัง และฟื้นฟูผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้น Rejuran จึงเน้นฟื้นฟูผิวจริง ไม่ใช่เพียงการกระตุ้นทางอ้อม

จุดเด่นของ Rejuran คือการปรับคุณภาพผิวให้แน่น เพิ่มความชุ่มชื้น เรียบเนียน กระจ่างใส ดูสุขภาพดีในระยะยาว โดยมีงานวิจัยและการรับรองด้านความปลอดภัยรองรับอย่างชัดเจน

ผลข้างเคียงที่อาจได้รับ

หลังฉีด Rejuran อาจเกิดตุ่มนูนเล็ก รวมถึงรอยแดงหรือระบมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะหายเองไม่เกินภายใน 1-3 วัน Rejuran ถือเป็นหัตถการเลือกที่มีแม่นยำสูง โดยทำด้วยแพทย์ที่มีความชำราญและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง

Exosome และ Rejuran เหมือนกันอย่างไร

แม้ Exosome และ Rejuran จะมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ในแก่นของการรักษา ทั้งสองหัตถการมีเป้าหมายร่วมกันคือ การฟื้นฟูผิวจากภายใน ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ผิวชั้นบนเพียงชั่วคราว

ประการแรก Exosome และ Rejuran ต่างถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Regenerative Medicine ทางผิวหนัง ซึ่งมุ่งเน้นการกระตุ้นการซ่อมแซมตัวเองของผิว มากกว่าการเติมสารเพื่อปกปิดปัญหา ทั้งสองไม่ใช่สารที่ให้ผลลัพธ์ทันทีแบบฟิลเลอร์ แต่ต้องอาศัยกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายเป็นหลัก

ประการที่สอง ทั้ง Exosome และ Rejuran ทำงานในระดับ ผิวหนังแท้ (Dermis) โดยมีผลต่อเซลล์สำคัญ เช่น ไฟโบรบลาสต์ กระบวนการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน และโครงสร้างผิวใหม่ ส่งผลให้คุณภาพผิวดีขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาว ไม่ใช่เพียงความใสหรือชุ่มชื้นระยะสั้น

อีกจุดร่วมที่สำคัญคือ ทั้งสองหัตถการถูกใช้เพื่อ ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอหรือถูกทำร้ายมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นผิวหลังเลเซอร์ ผิวจากสิวเรื้อรัง ผิวบาง ผิวแพ้ง่าย หรือผิวที่เสื่อมสภาพตามวัย โดยเน้นการเสริมความแข็งแรงของผิวเป็นฐาน ก่อนการทำหัตถการอื่นในอนาคต

Exosome vs Rejuran

Exosome ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสัญญาณที่กระตุ้นให้เซลล์ผิวทำงานได้ดีมากขึ้น ส่วน Rejuran ทำหน้าที่เป็นวัตถุดิบที่เข้าไปซ่อมแซมโครงสร้างผิวโดยตรง Exosome เด่นในด้านการลดการอักเสบและการฟื้นฟูแบบภาพรวม ขณะที่ Rejuran จุดเด่นการสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรงและมีคุณภาพชัดเจน Exosome และ Rejuran ให้ผลลัพย์ใกล้เคียงกัน แต่ตอบโจทย์ผิวคนละแบบ 

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

Exosome มีข้อดีคือการฟื้นฟูผิวในเชิงชีวภาพและช่วยปรับสมดุลในการสร้างเม็ดสีผิว แต่ข้อสังเกตคือความแตกต่างของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในแต่ละแหล่ง Rejuran มีข้อดีด้านความปลอดภัย มีงานวิจัยรองรับ และผลลัพธ์ที่ชัดเจน ข้อจำกัดคืออาจไม่เหมาะกับผิวที่อักเสบหรือระคายเคืองมากในครั้งแรกที่ทำ การเลือกฉีด Exosome หรือ Rejuran ไม่ควรดูแค่กระแส เพราะทั้งสองมีกลไกซ่อมแซมผิวต่างกัน แต่ต้องดูโครงสร้างผิวและเป้าหมายในการรักษา

Exosome vs Rejuran แบบไหนดีกว่ากัน

คำตอบ คือ ไม่มีตัวไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน อยู่ที่ว่าตัวเราเหมาะกับอะไร หากเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอ แพ้ง่าย หรือผ่านการทำเลเซอร์หนัก Exosome อาจช่วยฟื้นฟูตัวได้ดี แต่หากเป้าหมายของคุณ คือการสร้างผิวแน่น ชุ่มชื้น เรียบเนียน และยั่งยืน Rejuran จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ข้อควรระวังสำหรับผู้เลือกใช้

ไม่ว่าคุณจะเลือก Exosome หรือ Rejuran สิ่งสำคัญที่สุดคือแหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้และประสบการณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่าคำโฆษณาเกินจริง หรือราคาที่ถูกเกินไป หัตถการฟื้นฟูผิวที่ดี ต้องความปลอดภัย ความโปร่งใส และตรงจุดตามความต้องการของผิวคุณ

ความคิดเห็นของคลินิก Oligio ต่อ Exosome vs Rejuran

ที่ Oligio Clinic เราเชื่อว่ากุญแจสำคัญของการกู้คืนผิว ไม่ใช่การวิ่งตามเทรนด์หรือเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด แต่คือการเลือกสิ่งที่ผิว ‘ต้องการ’ อย่างแท้จริงในขณะนั้น เรายังคงไว้วางใจให้ Rejuran เป็นคำตอบหลักสำหรับการฟื้นฟูพื้นฐานผิวจากภายใน ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ขณะที่ Exosome นั้นถือเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น ซึ่งเราจะเลือกใช้ด้วยความระมัดระวังและเจาะจงเฉพาะปัญหาที่เหมาะสมเท่านั้น ภายใต้แนวคิด Personalized Skin Recovery เพราะความสวยที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ผิวอย่างแม่นยำและการวางแผนที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก

บทความนี้ถูกตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องโดย

adminoblivyoung

ประวัติการศึกษา

เฉพาะทางด้าน