รวมจุดฉีดโบท็อกซ์ยอดฮิต มีที่ไหนบ้าง ช่วยอะไรบ้าง
บริการที่คุณอาจสนใจ
บทความโดย Obliv Young Editorial · ทบทวนเนื้อหาโดยทีมแพทย์ Obliv Young Clinic · อัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2026
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเฉพาะบุคคล และสอบถามคลินิกโดยตรงว่าแต่ละโปรแกรมมีให้บริการหรือไม่
โบท็อกซ์ฉีดได้มากกว่าแค่ “ลดริ้วรอยหน้าผาก” อย่างที่หลายคนคุ้นเคย จริง ๆ แล้วมีจุดฉีดที่ใช้กันทั่วไปหลายบริเวณ แต่ละจุดก็ช่วยแก้ปัญหาที่ต่างกัน บทความนี้รวมจุดฉีดโบท็อกซ์ที่พบบ่อยที่สุด อธิบายว่าแต่ละจุดช่วยอะไร เพื่อให้เข้าใจภาพรวมก่อนไปปรึกษาแพทย์
ทำไมแต่ละจุดฉีดถึงได้ผลต่างกัน: เข้าใจชั้นผิวที่ 6 (ชั้นกล้ามเนื้อ)
ที่ Obliv Young ใช้แนวคิด “นวัตกรรม 7 ชั้นผิว” ในการประเมินปัญหาผิวแต่ละคน โดยแบ่งตามชั้นผิวจริงตั้งแต่หนังกำพร้าไปจนถึงกระดูก เพื่อเลือกวิธีรักษาให้ตรงจุด จุดฉีดโบท็อกซ์บนใบหน้าส่วนใหญ่ (หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา และกราม) ล้วนออกฤทธิ์ที่ชั้นผิวที่ 6 หรือชั้นกล้ามเนื้อ (Muscle Layer) ซึ่งเป็นชั้นที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า จึงใช้หลักการเดียวกันแม้ตำแหน่งจะต่างกัน ส่วนบริเวณรักแร้ทำงานคนละกลไก คือยับยั้งสัญญาณประสาทที่กระตุ้นต่อมเหงื่อ ไม่ได้เกี่ยวกับชั้นกล้ามเนื้อโดยตรง


สรุปประเด็นสำคัญ
- จุดฉีดโบท็อกซ์ที่พบบ่อยที่สุดคือหน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา ซึ่งช่วยลดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า
- บริเวณกรามใช้เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น เป็นคนละกลไกกับการลดริ้วรอย
- บางบริเวณ เช่น รักแร้ ใช้เพื่อลดเหงื่อ ไม่ใช่เพื่อลดริ้วรอย เป็นการใช้งานคนละวัตถุประสงค์
- แต่ละจุดใช้ปริมาณและเทคนิคการฉีดต่างกัน ไม่ใช่ปริมาณเดียวกันทุกบริเวณ
- ไม่ใช่ทุกคลินิกจะมีบริการครบทุกจุดที่กล่าวถึง ควรสอบถามคลินิกที่จะเข้ารับบริการโดยตรงว่ามีโปรแกรมใดบ้าง
หน้าผากและหว่างคิ้ว ช่วยเรื่องริ้วรอยจากการขมวดคิ้ว
เป็นจุดฉีดที่พบบ่อยที่สุด ช่วยลดเลือนริ้วรอยแนวนอนบนหน้าผากและริ้วรอยระหว่างคิ้ว (รอยขมวดคิ้ว) ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เช่น ขมวดคิ้วเวลาเพ่งหรือคิดจริงจัง
หางตา (ตีนกา) ช่วยเรื่องริ้วรอยจากการยิ้มหรือหัวเราะ
ริ้วรอยหางตาหรือ “ตีนกา” เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตาเวลายิ้มหรือหัวเราะ การฉีดโบท็อกซ์บริเวณนี้ช่วยลดเลือนริ้วรอยที่ค้างอยู่หลังผ่อนคลายสีหน้าแล้ว
กราม ช่วยเรื่องรูปหน้า ไม่ใช่แค่ริ้วรอย
การฉีดโบท็อกซ์บริเวณกล้ามเนื้อกราม (Masseter) ทำงานคนละกลไกจากจุดฉีดลดริ้วรอย โดยจะลดขนาดของกล้ามเนื้อกรามที่โตจากการเคี้ยวหรือกัดฟัน ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฉีดโบท็อกกราม ช่วยอะไร? ลดกรามหน้าเรียวอยู่ได้นานไหม
รักแร้ ช่วยเรื่องเหงื่อ ไม่ใช่ริ้วรอย
โบท็อกซ์บริเวณรักแร้ใช้เพื่อลดปริมาณเหงื่อและกลิ่นตัว โดยยับยั้งสัญญาณประสาทที่กระตุ้นต่อมเหงื่อ เป็นคนละวัตถุประสงค์จากการลดริ้วรอยบนใบหน้าโดยสิ้นเชิง ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้ก็แตกต่างจากจุดฉีดบนใบหน้าเช่นกัน
จุดอื่น ๆ ที่มีการฉีดกันบ้าง
- ปีกจมูก (Bunny lines) — ลดริ้วรอยข้างจมูกที่เกิดเวลาขยับจมูกหรือยิ้มกว้าง
- ใต้จมูก/เหนือริมฝีปาก — ช่วยเรื่องรอยยิ้มที่เห็นเหงือกมากเกินไปในบางกรณี
- คาง — ลดรอยหยักหรือผิวขรุขระบริเวณคางจากการเกร็งกล้ามเนื้อ
- คอ (Platysma) — ช่วยเรื่องเส้นเอ็นคอที่เห็นชัดในบางคน
จุดฉีดเหล่านี้พบได้น้อยกว่าจุดหลักข้างต้น และความเหมาะสมขึ้นกับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคลมากกว่าจุดฉีดทั่วไป
แต่ละจุดใช้ปริมาณเท่ากันไหม
ไม่เท่ากัน ปริมาณและตำแหน่งที่แม่นยำขึ้นกับขนาดกล้ามเนื้อ ความแรงของการเคลื่อนไหว และเป้าหมายของแต่ละบริเวณ เช่น จุดฉีดกรามมักใช้ปริมาณมากกว่าจุดฉีดหางตา เพราะกล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่กว่ามาก การกำหนดปริมาณที่เหมาะสมจึงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกจุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฉีดโบท็อกซ์กี่จุดพร้อมกันได้ไหม
ฉีดหลายจุดในครั้งเดียวกันได้ เช่น หน้าผากพร้อมหางตา ขึ้นกับการประเมินของแพทย์ว่าเหมาะสมกับสภาพผิวและกล้ามเนื้อของแต่ละคนหรือไม่
จุดไหนเห็นผลเร็วที่สุด
โดยทั่วไปจุดฉีดลดริ้วรอยบนใบหน้าเริ่มเห็นผลใน 3–7 วัน ส่วนจุดฉีดกรามหรือรักแร้อาจใช้เวลาเห็นผลนานกว่าเล็กน้อย ระยะเวลาที่แน่นอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ทุกคลินิกมีบริการฉีดทุกจุดที่กล่าวมาไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ละคลินิกอาจมีโปรแกรมและความเชี่ยวชาญต่างกัน ควรสอบถามคลินิกที่สนใจโดยตรงว่ามีโปรแกรมสำหรับจุดที่ต้องการหรือไม่
จุดฉีดกรามกับจุดฉีดลดริ้วรอยใช้เทคนิคเดียวกันไหม
ใช้สารชนิดเดียวกันแต่เป้าหมายต่างกัน จุดฉีดลดริ้วรอยเน้นยับยั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กบนใบหน้า ส่วนจุดฉีดกรามเน้นลดขนาดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ปริมาณและความลึกที่ใช้จึงต่างกัน
สรุป: เลือกจุดฉีดตามปัญหาที่มีจริง
โบท็อกซ์ฉีดได้หลายจุด แต่ละจุดตอบโจทย์ปัญหาต่างกัน ตั้งแต่ริ้วรอยบนใบหน้า รูปหน้ากราม ไปจนถึงเหงื่อที่รักแร้ สิ่งสำคัญคือเลือกตามปัญหาที่มีจริงของตัวเอง ไม่ใช่ฉีดตามที่คนอื่นทำ และให้แพทย์เป็นผู้ประเมินก่อนเสมอ
ที่ Obliv Young แพทย์จะประเมินปัญหาของคุณก่อนแนะนำจุดฉีดและปริมาณที่เหมาะสม ดูรายละเอียดบริการลดเลือนริ้วรอย (BO) หรือนัดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนได้
📍 Obliv Young Clinic — สีลม (ใกล้ BTS Saint Louis)
📞 095-424-9997 | LINE: @oblivyoung
บทความนี้ถูกตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องโดย
Dr. Park Young Jin
ประวัติการศึกษา
สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิตจาก Inha University College of Medicine และเข้าร่วมหลักสูตรผู้บริหารจาก Seoul National University โดยมีประสบการณ์ในฐานะ Public Doctor ภายใต้ภาครัฐ ก่อนต่อยอดในสาย Aesthetic Medicine กับเครือคลินิกชั้นนำของเกาหลี ได้แก่ Forever Plastic Surgery, Ppeum Clinic และ Y&I Clinic ในตำแหน่งแพทย์และ Senior Doctor
เฉพาะทางด้าน
เชี่ยวชาญด้าน Aesthetic Medicine, Facial Contouring และ Facelifting Techniques โดยดำรงตำแหน่ง President ของ Obliv Clinic Network (Incheon, Bangkok, Dubai) และมีบทบาทในวงการวิชาการในฐานะ Academy Director ของ Korean Aesthetic Surgery & Laser Society และ Senior Director ของ Korean Academy of Facelifting and Contouring รวมถึงเป็น Global KOL และ Key Doctor ให้กับแบรนด์ชั้นนำ เช่น Wontech, MERZ, Jetema, Amalian และ Gouri ครอบคลุมเทคโนโลยีด้าน Filler, Energy-Based Devices และ Skin Rejuvenation ในระดับสากล อ้างอิงจาก Aestheticsa











