ทำหน้าก่อนหยุดยาวกี่วัน ถึงจะสวยทันเที่ยว?
บริการที่คุณอาจสนใจ

ก่อนถึงวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นทริปทะเล ทริปต่างจังหวัด หรือทริปต่างประเทศ หลายคนมักเริ่มวางแผนดูแลตัวเองให้ดูดีขึ้นก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องผิวหน้า เพราะการถ่ายรูป การแต่งหน้า หรือการเจอแสงแดดระหว่างเที่ยว ล้วนทำให้สภาพผิวเห็นชัดกว่าปกติ หลายคนจึงเลือกเข้าคลินิกเพื่อทำหน้า ฉีดหน้า หรือทำหัตถการเล็ก ๆ เพื่อให้ผิวดูสดใสขึ้นก่อนทริป
อย่างไรก็ตาม การทำหน้าหรือทำหัตถการด้านความงามไม่ได้สามารถทำแล้วสวยทันทีทุกกรณี ผิวต้องมีเวลาฟื้นตัว รอยแดงหรือรอยเข็มต้องหาย และผลลัพธ์ต้องเข้าที่ก่อนจึงจะดูเป็นธรรมชาติ การวางแผนทำหน้าก่อนหยุดยาวจึงต้องเผื่อเวลาให้เหมาะกับแต่ละหัตถการ เพื่อให้ผิวสวยทันวันเที่ยวจริง บทความนี้ OblivYoung จะอธิบายว่าการทำหน้าแต่ละประเภทควรทำล่วงหน้ากี่วัน เพื่อให้ผิวดูดีที่สุดในช่วงวันหยุดกันครับ
ทำหน้า คืออะไร?

คำว่าทำหน้าในทางการแพทย์ความงามหมายถึงการดูแลหรือปรับปรุงสภาพผิวหน้าให้ดูดีขึ้นผ่านวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงผิว การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ หรือการฉีดสารบางชนิดเข้าสู่ผิว จุดประสงค์หลักคือช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ลดปัญหาผิว เช่น สิว ริ้วรอย จุดด่างดำ หรือความหมองคล้ำ และทำให้ใบหน้าดูสดใสมากขึ้น หลายคนเลือกทำหน้าก่อนวันสำคัญ เช่น งานแต่ง งานถ่ายรูป หรือการเดินทางท่องเที่ยว เพราะช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นในระยะเวลาไม่นาน การทำหน้าในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่การบำรุงผิวทั่วไป แต่เป็นการดูแลผิวเชิงลึกที่ออกแบบตามปัญหาผิวของแต่ละคน
ประเภทของการทำหน้า มีกี่แบบ
หากแบ่งตามลักษณะของหัตถการ การทำหน้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มทรีตเมนต์ผิว กลุ่มหัตถการฉีด และกลุ่มหัตถการศัลยกรรมเล็ก ซึ่งแต่ละประเภทมีระดับความเข้มข้นของการรักษาและระยะเวลาพักฟื้นที่แตกต่างกัน การเข้าใจประเภทของการทำหน้าจะช่วยให้สามารถวางแผนทำหัตถการได้เหมาะสมก่อนวันเดินทางหรือวันสำคัญ การเลือกประเภทหัตถการที่เหมาะกับระยะเวลาพักฟื้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการให้ผลลัพธ์ออกมาสวยทันวันเที่ยวจริง
1. กลุ่มทรีตเมนต์ผิวหน้า
ทรีตเมนต์ผิวหน้าเป็นการดูแลผิวที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน เช่น การกดสิว การมาสก์หน้า การผลักวิตามินเข้าสู่ผิว หรือการทำทรีตเมนต์เพิ่มความชุ่มชื้น โปรแกรมกลุ่มนี้ช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น ลดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ในระยะสั้น โดยทั่วไปสามารถทำใกล้วันเดินทางได้มากกว่าหัตถการประเภทอื่น เพราะผิวใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน การทำทรีตเมนต์ก่อนทริปประมาณ 2 ถึง 3 วันมักเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะผิวจะดูสดใสและพร้อมแต่งหน้ามากขึ้น
2. กลุ่มหัตถการฉีด เช่น โบท็อกซ์(botox) และ ฟิลเลอร์(filler)
หัตถการกลุ่มฉีดเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย หรือเติมเต็มใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือการฉีดโบท็อกซ์(botox) เพื่อลดริ้วรอยหรือปรับรูปหน้า และการฉีดฟิลเลอร์(filler) เพื่อเติมเต็มร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่มผิว แม้ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์(filler) จะเห็นได้ทันที แต่ก็ยังต้องเผื่อเวลาให้รอยเข็มหายและเนื้อฟิลเลอร์เข้าที่ ส่วนโบท็อกซ์(botox) จะเริ่มเห็นผลชัดเจนประมาณ 7 ถึง 14 วัน หากมีแพลนเที่ยวควรทำหัตถการกลุ่มนี้ล่วงหน้าประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ เพื่อให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติที่สุด
3. กลุ่มศัลยกรรมเล็ก เช่น ตาสองชั้น หรือ เสริมจมูก
ศัลยกรรมเล็กเป็นหัตถการที่มีการผ่าตัดขนาดเล็ก เช่น การทำตาสองชั้นหรือการเสริมจมูก แม้จะเป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก แต่ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นมากกว่าหัตถการประเภทอื่น เพราะในช่วงแรกอาจมีอาการบวมและเขียวช้ำ หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ดีขึ้นและสามารถตัดไหมได้ในช่วงประมาณ 7 ถึง 14 วัน โดยทั่วไปหากต้องการให้ใบหน้าดูเข้าที่ก่อนเที่ยว ควรทำล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์ การเผื่อเวลาพักฟื้นอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติและพร้อมสำหรับการถ่ายรูปในวันหยุด
สรุป ทำหน้าก่อนหยุดยาวกี่วันดีที่สุด

หากต้องการวางแผนทำหน้าก่อนทริป สามารถจำหลักง่าย ๆ ได้ว่าทรีตเมนต์ผิวสามารถทำใกล้วันเดินทางประมาณ 2 ถึง 3 วัน หัตถการฉีดอย่างโบท็อกซ์(botox) หรือฟิลเลอร์(filler) ควรทำล่วงหน้าประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ และศัลยกรรมเล็กควรเผื่อเวลาอย่างน้อยประมาณ 14 วันขึ้นไป ทั้งนี้ระยะเวลาพักฟื้นของแต่ละคนอาจแตกต่างกันเล็กน้อย การปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวางแผนให้ผิวสวยทันวันหยุดอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุด
















